จากเหมืองสู่แท่นประมูล: Sotheby’s จะเปิดประมูลหนึ่งในการค้นพบอัญมณีครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบศตวรรษ

Estrela de Fura 55.22 carats_ Ruby (1)

 

Estrela de Fura, Ruby 55.22 carats
Estrela de Fura 55.22 carats_ Ruby (2)

 

Estrela de Fura, Ruby 55.22 carats
Estrela de Fura 55.22 carats_ Ruby (3)

 

Estrela de Fura, Ruby 55.22 carats


Estrela de Fura 55.22 carats

อัญมณีหายากนี้มีน้ำหนักถึง 55.22 กะรัต จึงเป็นทับทิมที่มีขนาดและมูลค่าสูงสุดที่เคยนำออกประมูล

ทับทิมที่ขุดพบในประเทศโมซัมบิกและเจียระไนจากอัญมณีดิบขนาด 101 กะรัตนี้คาดว่าจะมียอดประมูลสูงกว่า 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ทับทิม ESTRELA DE FURA 55.22 ซึ่งเป็นทับทิมคุณภาพระดับอัญมณีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกเม็ดนี้จะเป็นไฮไลท์ในงานประมูล SOTHEBY’S MAGNIFICENT JEWELS AUCTION ในเดือนมิถุนายนนี้

ตั้งแต่ตอนยังเป็นอัญมณีดิบ Estrela de Fura ก็แสดงให้เห็นอัตลักษณ์ว่ามีคุณภาพชั้นยอด และมีโอกาสที่จะเป็นอัญมณีที่โดดเด่นไม่มีใครเหมือน
ช่างเจียระไนสามารถดึงความงามนี้ออกมาได้สำเร็จและสร้างทับทิมเจียระไนขนาดถึง 55.22 กะรัต โดดเด่นด้วยสีแดงที่เอิบอิ่มและสม่ำเสมอ ผสานกับความใสกระจ่างที่ไม่เคยพบในทับทิมขนาดไล่เลี่ยกันที่ไม่ผ่านการเผามาก่อน
การพบทับทิมธรรมชาติใหญ่ขนาดนี้ และมีลักษณะที่ดีโดยไม่ผ่านการปรุงแต่ง นับเป็นเรื่องที่แทบจินตนาการไม่ถึง
ทับทิมธรรมชาติขนาด 55.22 กะรัตนี้ไม่เพียงเป็นสถิติใหม่ของทับทิมโมซัมบิกเท่านั้น แต่ยังเป็นสถิติของทับทิมทั้งหมดอีกด้วย
The Gübelin Gem Lab

นิวยอร์ก, April 08, 2023 (GLOBE NEWSWIRE) — เมื่อ FURA Gems ประกาศข่าวครั้งประวัติศาสตร์เกี่ยวกับทับทิมคุณภาพระดับอัญมณีก้อนใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยค้นพบเมื่อเดือนกันยายน 2565 ข่าวนั้นกลายเป็นพาดหัวทั่วโลก สร้างความตื่นเต้นในตลาดอัญมณีอย่างใหญ่หลวง อัญมณีเม็ดนี้ขุดพบจากเหมืองทับทิมของ FURA ในมอนเตปูเอซ ประเทศโมซัมบิกเมื่อเดือนกรกฎาคม 2565 โดยมีขนาด 101 กะรัต และภายหลังได้รับการตั้งชื่อว่า Estrela de Fura (ดาราแห่ง FURA ในภาษาโปรตุเกส) เพื่อระลึกความลึกของสีและขนาดอันโดดเด่น และเพื่อฉายแสงไปที่โมซัมบิกในฐานะแหล่งทับทิมชั้นยอดจำนวนมาก ตั้งแต่ตอนเป็นอัญมณีดิบก่อนแปรรูป ผู้เชี่ยวชาญต่างๆ ก็ถือว่า Estrela de FURA เป็นสมบัติชั้นยอดจากธรรมชาติ เพราะความใสกระจ่างเจิดจ้าและสีแดงสดใสที่เรียกว่า ‘เลือดพิราบ’ ซึ่งเป็นสีที่ปกติแล้วจะพบในทับทิมพม่า

ผ่านไปเจ็ดเดือนหลังจากเปิดตัว การคาดเดาว่าทับทิมเม็ดนี้อยู่ที่ไหนก็สิ้นสุดลงหลังจากการเคาะค้อนครั้งสุดท้ายในงานประมูล The Exceptional Luxury Evening Auction ที่ฮ่องกง เมื่อ Uni Kim ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการประมูลของ Sotheby’s ได้เปิดเผย Estrela de FURA 55.22 สู่สายตาชาวโลก ด้วยน้ำหนัก 55.22 กะรัด อัญมณีโมซัมบิกเม็ดสำคัญนี้เป็นทับทิมคุณภาพระดับอัญมณีขนาดใหญ่ที่สุดที่เคยนำออกประมูล ด้วยการผสมผสานระหว่างสีสันที่อิ่มเอิบ ไม่เคยผ่านการเผา เหลี่ยมมุมอันงดงาม และขนาดใหญ่ไม่มีใครเทียบ ซึ่งประเมินราคากันไว้สูงกว่า 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จึงทำให Estrela de FURA 55.22 เป็นทับทิมที่มีมูลค่าและความสำคัญสูงสุดที่เคยนำออกสู่ตลาด

หลังจากศึกษาอัญมณีดิบขนาด 101 กะรัตในเบื้องต้นเพื่อกำหนดตัวเลือกการเจียระไนเมื่อช่วงต้นปี Estrela de FURA ก็ได้รับการตัดและเจียระไนอย่างละเอียดโดยทีมช่างฝีมือ เพื่อเปลี่ยนอัญมณีดิบเป็นทับทิมเหลี่ยมทรงหมอนสุดสวย ซึ่งรายงานจาก Swiss Gemmological Institute (SSEF) กล่าวว่า “ผลที่ได้คือสีแดงเข้มสดใสจากการสะท้อนไปมาภายใน” รายงานฉบับนี้ยังกล่าวต่อว่า “ทับทิมธรรมชาติจากโมซัมบิกที่มีขนาดและคุณภาพระดับนี้ถือได้ว่าหากยากมาก จึงเป็นสมบัติล้ำค่าจากธรรมชาติ” อัญมณีเม็ดดังกล่าวอุดมไปด้วยโครเมียม ซึ่งเมื่อต้องแสงอัลตร้าไวโอเล็ต (ซึ่งพบได้ในแสงอาทิตย์) จะทำให้เปล่งแสงสีแดงเพลิง ช่วยเพิ่มความวับวาวให้ทับทิมราวกับเปล่งออกมาจากภายใน

Estrela de Fura 55.22 carats

ทับทิมเคยเป็นหนึ่งในอัญมณีสีที่เป็นที่ต้องการมากที่สุดเมื่อครั้งที่สีสันเคยเป็นปัจจัยควบคุมโลกอัญมณี และความหายากเป็นตัวขับเคลื่อนตลาด ทับทิมที่มีความสำคัญในระดับนี้ถือว่าหายากอย่างยิ่ง โดยก่อนหน้านี้มีเพียงสองเม็ดเท่านั้นที่เคยประมูลในราคาสูงกว่า 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้การปรากฏตัวของทับทิมเม็ดปัจจุบันนี้เป็นประวัติการณ์ในตัวเอง The Gübelin Gem Lab ยังกล่าวว่าทับทิมเม็ดนี้ “ไม่เพียงเป็นสถิติใหม่ของทับทิมโมซัมบิกเท่านั้น แต่ยังเป็นสถิติของทับทิมทั้งหมดอีกด้วย” Estrela de FURA 55.22 ถูกคาดการณ์ว่าจะสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการแซงทับทิมซันไรส์ (Sunrise Ruby) ซึ่งเป็นทับทิมขนาด 25.59 กะรัตจากพม่าที่ขายไปในราคา 30.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1,185,451 ดอลลาร์สหรัฐต่อกะรัต) ที่ Sotheby’s สาขาเจนีวาในปี 2558 และยังคงเป็นเจ้าของสถิติราคาประมูลทับทิมในปัจจุบัน*

ทับทิมเม็ดนี้จะเริ่มการผจญภัยครั้งใหม่ในวันนี้ที่ Sotheby’s สาขาฮ่องกง จากนั้นจะออกเดินทางไปทั่วโลก โดยมีกำหนดการออกแสดงที่ไทเป จีน สิงคโปร์ เจนีวา และดูไบ (วันที่อย่างละเอียดจะแจ้งภายหลัง) ก่อนจะรับบทดาวเด่นในการประมูล Sotheby’s Magnificent Jewels ที่นิวยอร์กในวันที่ 8 มิถุนายน

__________________________________________________________________________________

การค้นพบครั้งมหัศจรรย์เมื่อปีที่แล้วที่ทำให้พบ Estrela de FURA ขนาด 101 กะรัตที่เหมือง FURA ในโมซัมบิกที่ความสำคัญอย่างยิ่ง และสร้างความตกตะลึงต่อวงการอัญมณีทั่วโลก และตอนนี้หลังจากแปลงโฉมเป็นขนาด 55.22 กะรัตแล้ว Estrela de FURA 55.22 ถือเป็นสิ่งมหัศจรรย์จากธรรมชาติอย่างแท้จริง เป็นอัญมณีสุดสวยที่มีสีอันสมบูรณ์แบบและความใสกระจ่างอันไร้ที่ติ ผสานกับเหลี่ยมทรงหมอนสุดสวย ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทับทิมเม็ดนี้จะกลายเป็นผู้นำมาตรฐานให้ทับทิมแอฟริกาและอัญมณีโดยทั่วไป ทำให้โลกรับรู้ว่าสามารถทัดเทียมกับทับทิมพม่าซึ่งเป็นแหล่งทับทิมที่เป็นที่ต้องการและเป็นที่รู้จักมาช้านาน หรืออาจดีกว่าด้วยซ้ำQuig Bruning หัวหน้า Sotheby’s Jewelry สาขาอเมริกากล่าว

พวกเราที่ FURA มีความภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ค้นพบ Estrela de FURA ตั้งแต่ช่วงต้นของการดำเนินกิจการในโมซัมบิก อัญมณีสำคัญอย่างเอสเตรลา เด ฟูราเป็นของหายากมาก และเราก็แทบไม่เคยได้ยินว่ามีทับทิมคุณภาพระดับอัญมณีที่เจียระไนอย่างสวยงามในขนาด 55.22 กะรัตเลย เราทำงานโดยใช้ความระมัดระวังและความเคารพต่อทับทิมอย่างยิ่งยวด ตั้งแต่การวิเคราะห์เชิงลึกและการศึกษาเม็ดอัญมณีไปจนถึงกระบวนการเจียระไนและขัดเงา เพราะเราเข้าใจถึงความสำคัญและสถานะ การได้เห็นกำเนิดของ Estrela de FURA 55.22 ถือเป็นความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ของพวกเราทุกคน และเราตื่นเต้นอย่างยิ่งที่ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของสุดยอดอัญมณีเม็ดนี้และทับทิมโมซัมบิกกำลังจะถูกจารึกโดย Sotheby’sDev Shetty ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ FURA Gems กล่าว

__________________________________________________________________________________

การทำเหมืองทับทิมในโมซัมบิก

การทำเหมืองทับทิมในโมซัมบิกมีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน โดยการค้นพบแหล่งทับทิมสำคัญครั้งแรกในประเทศเกิดขึ้นในยุค 1960s แต่กว่าการทำเหมืองทับทิมในโมซัมบิกจะเริ่มติดเครื่องอย่างแท้จริงก็ต้องรอจนถึงช่วงต้นยุค 2000s เมื่อมีการค้นพบแหล่งทับทิมมอนเตปูเอซทางภาคเหนือของประเทศ และเป็นที่ที่พบอัญมณีดิบของ Estrela de FURA คุณสมบัติของทับทิมที่ดีที่สุดจากโมซัมบิกคือความใสกระจ่างและสีสันสดใส ทำให้ได้คุณภาพโดยรวมที่ยอดเยี่ยม แหล่งทับทิมมอนเตปูเอซเป็นหนึ่งในแหล่งทับทิมที่ใหญ่ที่สุดในโลก จึงดึดดูดความสนใจจากบริษัทเหมืองทั่วโลก

__________________________________________________________________________________

หมายเหตุถึงบรรณาธิการ

*สถิติโลกในปัจจุบันของราคาทับทิมที่ขายผ่านการประมูลเป็นของ ‘ทับทิมซันไรส์’ ซึ่งเป็นทับทิมพม่าขนาด 25.59 กะรัต ประมูลที่ Sotheby’s สาขาเจนีวาในเดือนพฤษภาคม 2558 ด้วยราคา 30.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ราคานี้ยังสร้างสถิติใหม่ของราคาทับทิมต่อกะรัต (1,185,451 ดอลลาร์สหรัฐต่อกะรัต) ในขณะนั้นอีกด้วย

__________________________________________________________________________________

เกี่ยวกับ FURA GEMS

FURA Gems Inc. เป็นบริษัทเหมืองแร่และการตลาดสำหรับอัญมณีสีที่มีอายุไม่มาก โดยก่อตั้งขึ้นในปี 2560 FURA มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยมีพนักงานมากกว่า 1,200 คนในทวีปต่าง ๆ เป็นองค์กรแรกซึ่งเป็นผู้บุกเบิก มีความคิดสร้างสรรค์ และมีจริยธรรมอย่างแท้จริงที่ดำเนินการครอบคลุมทุกแง่มุมเกี่ยวกับอัญมณีสี

FURA มีบริษัทย่อยที่ดำเนินธุรกิจเหมืองแร่สามแห่งในโคลอมเบีย โมซัมบิก และออสเตรเลีย ซึ่งทำเหมืองมรกต ทับทิม และไพลินตามลำดับ โดยเป็นบริษัทเหมืองแร่อัญมณีสีที่เติบโตเร็วที่สุด โดยมีวัตถุประสงค์เพียงหนึ่งเดียวคือสร้างความมั่นใจว่าอัญมณีสีที่ขุดขึ้นมาอย่างมีจริยธรรมจะมีเสถียรภาพและมีระบบตรวจสอบย้อนกลับตั้งแต่ตอนที่ยังไม่ได้เจียระไนไปจนถึงขั้นตอนการค้าปลีก

FURA Gems จะจัดสรรรายได้ส่วนหนึ่งจากการขายไปจัดตั้ง Fura Training Academy เพื่อสนับสนุนชุมชนที่บริษัทดำเนินธุรกิจอยู่ในโมซัมบิก

วัตถุประสงค์หลักคือเพื่อส่งเสริมการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพและการฝึกอบรมด้านเทคนิคให้กับประชากรในท้องถิ่นในกระแสการทำงานที่แตกต่างกัน เช่น การทำเหมือง ช่างไม้ วิศวกรรม และการเกษตร เพื่อให้พวกเขามีรายได้ที่ยั่งยืน www.furagems.com

__________________________________________________________________________________

เกี่ยวกับ SOTHEBY’S

Sotheby’s ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2317 และเป็นจุดหมายหลักด้านศิลปะและความหรูหราของโลก โดย Sotheby’s ได้ช่วยสนับสนุนการเข้าถึงและครอบครองงานศิลปะและวัตถุหรูหราผ่านช่องทางประมูลและการซื้อทันที รวมถึงการขายแบบส่วนตัว อีคอมเมิร์ซ และการค้าปลีก ตลาดที่ได้รับความเชื่อถือจากทั่วโลกของเราได้รับการสนับสนุนด้วยแพลตฟอร์มเทคโนโยลีชั้นนำในวงการและเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญที่ครอบคลุม 40 ประเทศใน 70 หมวดหมู่ ซึ่งรวมถึงศิลปะร่วมสมัย ศิลปะโมเดิร์นและอิมเพรสชั่นนิสต์ ศิลปินยุคเก่า งานศิลปะจีน อัญมณี นาฬิกา ไวน์และสุรา และงานดีไซน์ ตลอดจนรถยนต์สะสมและอสังหาริมทรัพย์ Sotheby’s เขื่อมั่นในพลังการเปลี่ยนแปลงของศิลปวัฒนธรรม และมุ่งมั่นที่จะเพิ่มการครอบคลุม ความยั่งยืน และความร่วมมือในวงการของเรา

__________________________________________________________________________________

ผู้ติดต่อที่ FURA GEMS INC. ฝ่ายสื่อสารของ FURA

GIANLUCA MAINA | GIANLUCA.MAINA@FURAGEMS.COM

ผู้ติดต่อที่ฝ่ายสื่อสารของ SOTHEBY’S

AMANDA BASS | AMANDA.BASS@SOTHEBYS.COM
ROSE LOBELSON | ROSE.LOBELSON@SOTHEBYS.COM

สามารถรับชมรูปภาพประกอบของการแถลงนี้ได้ที่:
https://www.globenewswire.com/NewsRoom/AttachmentNg/b1433b00-f614-4216-8a1a-ebaee7e1db31
https://www.globenewswire.com/NewsRoom/AttachmentNg/be3a749e-fd1d-4314-96f3-bc2ca459e829
https://www.globenewswire.com/NewsRoom/AttachmentNg/043e4f2a-4d71-4e1d-bb1a-12c81313098e
https://www.globenewswire.com/NewsRoom/AttachmentNg/218b163f-19ab-4d12-b626-fd78c576c57f
https://www.globenewswire.com/NewsRoom/AttachmentNg/5b53cc00-47a3-485e-a7dc-98bc2812ee4e

GlobeNewswire Distribution ID 1000802932

Vietnam, UAE to soon kick off negotiations of comprehensive economic partnership agreement

Minister of Industry and Trade Nguyen Hong Dien and Minister of State for Foreign Trade Thani bin Ahmed Al Zeyoudi of the United Arab Emirates (UAE) have signed a Ministerial Declaration on starting negotiations on a comprehensive economic partnership agreement (CEPA) between the two nations right after Vietnam completed its procedures.

The signing took place after a meeting between Dien and Al Zeyoudi during the Vietnamese minister’s working visit to the UAE from April 5-6.

During the meeting, the Vietnamese official said the two countries can start their negotiations on CEPA after the draft terms of reference (TOR) of the agreement is agreed and approved by authorised agencies.

Dien spoke highly of opportunities that the CEPA can bring for both countries, in the context of Vietnam having become a manufacturing hub for many important commodities in the region and the world, while the UAE has many strengths as a transshipment port and financial and logistics centre. The combination of strengths of the two sides will create a momentum for growth in their trade and investment ties in the coming time, he said.

The minister affirmed that the UAE is Vietnam’s largest trading partner in the Middle East – North Africa regions, noting that ample room remains for the two countries to tap the potential of their economies that have complementary strengths.

He suggested the two sides strengthen the exchange of all-level delegations and business delegations to explore cooperation opportunities, especially in the field of trade and investment.

Dien also proposed management agencies of Vietnam and the UAE study and promote the establishment of a cooperation mechanism for Halal certification to facilitate the trade in agricultural products between the two countries.

Agreeing with the proposals of the Vietnamese official, Al Zeyoudi said his country wishes to expand economic cooperation with Vietnam and always considers Vietnam its important economic partner.

The UAE’s leaders have also given instructions on starting negotiations on the CEPA as soon as Vietnam completes procedures, he noted, adding not only the Ministry of Foreign Trade, but many ministries and sectors in charge of fields such as energy, industry, and logistics services of the UAE have all backed the negotiation, signing and implementation of the CEPA.

Also during the visit, Minister Dien held a meeting with the UAE’s Minister of Energy and Infrastructure Suhail bin Mohammed Al Mazrouei.

Dien informed his host on Vietnam’s wish to cooperate more closely with the UAE Ministry of Energy and Infrastructure in not only traditional energy, but also new and renewable energy development.

He proposed that the two sides sign a new MoU on energy cooperation, adding that Vietnam will create favourable conditions for UAE partners to cooperate with Vietnam in oil and gas exploitation. He suggested considering the possibility of investing in building a centre for transshipment and storage of crude oil and petrochemical products in Vietnam to provide for the Asian region.

Dien also asked the UAE side to study investment opportunities in power transmission infrastructure in Vietnam and support Vietnam in training human resources in this field.

Agreeing with Dien’s proposals, Al Mazrouei stressed that there is great potential for the two countries to step up their cooperation.

The UAE has been researching, negotiating and signing many FTAs with important partners like Vietnam, he said, adding that the UAE government hopes the two countries can sign an FTA this year.

Source: Vietnam News Agency

Exports-imports via Lao Cai border gate thrive in Q1

Export-import activities via Lao Cai border gate in the northern border province of Lao Cai thrived in the first quarter this year, reaching nearly 186 million USD, reported the local customs agency.

Specifically, the value of exports reached 92.4 million USD, up 90.1% annually while that of imports rose by 15.2% year-on-year to 93.2 million USD.

Among exports going through Lao Cai border gate, farm produce still accounted for the majority, with a value of over 71 million USD, up 63.2% annually and accounting for 76.8% of the total export turnover. The main export items include dragon fruit, banana, rambutan, watermelon, cassava, and mangosteen.

Vuong Chinh Quoc, head of the management board of Lao Cai Border Economic Zone, said there are 335 businesses operating in exports-imports through Lao Cai border gate at present, up 14 ones compared to 2022.

The board has also come up with plans to prepare all necessary warehouse, logistics and support facilities to create the most favorable conditions for businesses in the second quarter when several seasonal Vietnamese fruits like lychee and dragon fruit will be shipped to China, he added./.

Source: Vietnam News Agency

Prime Minister receives US Congress delegation

Vietnam always considers the US as one of the most important partners in its foreign policy, and highly appreciates the US government and political circles’ support for a strong, prosperous, self-reliance and independent Vietnam, Prime Minister Pham Minh Chinh told a delegation of the US Congress led by Senator Jeff Merkley in Hanoi on April 8.

In his reception for the delegation in Hanoi, the Vietnamese government leader said the delegation’s working visit to Vietnam helps tighten cooperation between the legislative bodies and the governments of the two countries, contributing to promoting the Vietnam – US comprehensive partnership in a substantive and effective manner.

PM Chinh expressed his pleasure at the remarkable development of the bilateral relations over the past time, and the results of Vietnam – US cooperation over 28 years after the normalisation of diplomatic ties, and 10 years of establishing comprehensive partnership, stressing that economic-trade ties are a pillar and a motivation of the two countries’ relations.

He affirmed that Vietnam is willing to work with the US to continue promoting the bilateral relations in an effective and practical manner, on the basis of respecting each other’s independence, sovereignty, territorial integrity and political institutions; serving the interests of the two peoples, and contributing to peace, stability, cooperation and development in the region as well as in the world.

Chinh suggested the US Congress continue to pay attention to the allocation of resources and budget to support Vietnam in handling war consequences, including bomb and mine clearance projects and assistance for Agent Orange/dioxin victims.

The PM also called on the US Congress to support the two countries’ governments in strengthening cooperation in trade-investment, defence-security, education-training, science-technology and innovation, energy transition and response to climate change.

For his part, Senator Merkley affirmed that the US Congress considers Vietnam as one of the most important partners in the region. He agreed on the importance of promoting meetings and exchange of delegations between the governments and the legislatures of the two countries, especially on the occasion of the 10th founding anniversary of the comprehensive partnership in 2023, as well as maintaining bipartisan consensus in the US to support the relations with Vietnam.

He pledged to continue supporting Vietnam in areas of mutual benefit, and wished the two side to upgrade their relations to a strategic partnership.

The US Congress delegates said that priority will be given to addressing war consequences such as supporting people affected by war, clearing mines, decontaminating dioxin, searching for missing soldiers; combating climate change; promoting cooperation in investment, trade, energy transmission; and create favourable conditions for the Vietnamese community in the US.

Regarding regional and international issues, the two sides agreed that they have cooperated more effectively within the framework of multilateral institutions, especially ASEAN and related regional mechanisms.

The US side asked Vietnam to back the US in strengthening responsible cooperation with the Asia-Pacific region, thus contributing to peace, stability, cooperation and development in the region and the world.

Source: Vietnam News Agency

Deputy Foreign Minister: President’s Lao visit to generate new impetus to bilateral ties

President Vo Van Thuong’s selection of Laos as the first country to visit in his new position is meant to affirm Vietnam’s consistent policy of treasuring and giving the highest priority to the great friendship, special solidarity and comprehensive cooperation with Laos, said Deputy Minister of Foreign Affairs Do Hung Viet.

During an interview recently granted to the press on the occasion of the President’s visit to Laos from April 10 – 11 at the invitation of General Secretary of the Lao People’s Revolutionary Party Central Committee and President of Laos Thongloun Sisoulith, Viet said amid the complicated developments in the region and the world, the visit also demonstrates Vietnam’s strong and comprehensive support for socio-economic renewal, recovery and development, and global integration of Laos, he said.

According to him, President Thuong is scheduled to hold talks and witness the signing of cooperation agreements with the Lao Party General Secretary and President, meet with the Lao Prime Minister and the Chairman of the Lao National Assembly, and receive the Chairman of the Central Committee of the Lao Front for National Construction and the President of the Vietnam-Laos Friendship Association and meet representatives of the Vietnamese community in Laos.

These important activities will create a new impetus for Vietnam-Lao cooperative ties via all channels and fields, contributing to the effective implementation of high-level agreements between the two Parties and countries, including the Vietnam-Laos cooperation strategy agreement for 2021-2030 and the Vietnam-Laos Bilateral Cooperation Agreement for 2021-2025, Viet said.

He added that President Thuong will also lay wreaths at the Monument of Unknown Soldiers and the statue of President Kaysone Phomvihane, and call on former high-ranking leaders of Laos, showing gratitude for the significant contributions made by generations of leaders, officials, soldiers, and people of Laos to the special relationship between Vietnam and Laos.

He noted that these activities will certainly contribute to developing the great friendship, special solidarity and comprehensive cooperation between Vietnam and Laos./.

Source: Vietnam News Agency

Vietnam Festival in Japan underway

The Vietnam Festival in Japan, themed “Hope”, opened at Ikebukuro park, Tokyo, on April 8, starting a series of exchanges on the occasion of the 50th anniversary of bilateral diplomatic ties.

Speaking at the opening ceremony, Chargé d’Affaires ad interim at the Vietnamese Embassy in Japan Nguyen Duc Minh stressed that Vietnam-Japan relationship has thrived across the board over the past years. The Vietnamese community in Japan is growing and has become an important part of the Japanese society.

The event offers an opportunity for the Vietnamese community in Japan and Japanese friends interested in Vietnam to interact and understand more about each other, he added.

Talking with Vietnam News Agency in Tokyo, Japanese Vice Minister of Foreign Affairs Kei Takagi said following the event, there will be many vibrant exchange activities between the two countries, not only at the people-to-people and local levels, but also at the Government level. He said through those activities, more Japanese people will become interested in Vietnam and choose the country as a tourist destination.

At the festival, Japanese and international friends could enjoy outstanding cultural performances by artists from both countries, as well as taste famous Vietnamese traditional cuisine at more than 20 booths.

During the two-day event, activities popularising Vietnam, its people and tourism will be co-organised by the Vietnamese Embassy and businesses in Japan.

Following the festival in Tokyo, similar events will be held in other localities like Osaka or Fukuoka./.

Source: Vietnam News Agency