Azerion completes refinancing of outstanding senior secured bonds maturing in April 2024


Amsterdam, 31 October 2023 – Azerion Group N.V. (the “Company”) is pleased to confirm the completion of the refinancing of its outstanding senior secured bonds maturing in April 2024 with the successful early redemption of all outstanding senior secured fixed rate bonds with ISIN SE0015837794About Azerion

Founded in 2014, Azerion (EURONEXT: AZRN) is one of Europe’s largest digital advertising and entertainment media platforms. We bring global scaled audiences to advertisers in an easy and cost-effective way, delivered through our proprietary technology, in a safe, engaging, and high-quality environment, utilizing our strategic portfolio of owned and operated content with entertainment and other digital publishing partners.

Having its roots in Europe and with its headquarters in Amsterdam, Azerion has commercial teams based in over 26 cities around the world to closely support our clients and partners to find and execute creative ways to make a real impact through advertising.

For more information visit:

For further information, please contact:

Andrew Buckman
VP Investor Relations



This communication does not constitute an offer to sell, or a solicitation of an offer to buy, any securities or any other financial instruments.

This communication does not constitute or form part of any offer or invitation to sell or issue, or any solicitation of any offer to purchase or subscribe for any New Bonds or any other securities nor shall it (or any part of it) or the fact of its distribution, form the basis of, or be relied on in connection with or act as an inducement to enter into, any contract or commitment whatsoever.

In particular, this communication does not contain or constitute an offer of, or the solicitation of an offer to buy or subscribe for, or form part of any offer, invitation or solicitation to purchase, securities to any person located or resident in the United States or to any U.S. Person (as defined in Regulation S under the U.S. Securities Act). The securities referred to herein have not been, and will not be, registered pursuant to U.S. Securities Act or any securities laws in any state or other jurisdiction in the United Sates and may not be offered, sold, accepted, exercised, re-sold, renounced, transferred or delivered, whether directly or indirectly, in the United States, except pursuant to an exemption from, or in a transaction not subject to, the registration requirements of the U.S. Securities Act. No public offering of securities is being, has been, or will be made in the United States.

This communication is made accessible on the basis that any offers of securities referred to herein in any Member State of the EEA will be made pursuant to an exemption under the Prospectus Regulation from the requirement to publish a prospectus for offers of such securities. The New Bonds have, with respect to persons in Member States of EEA, only been offered to persons who are qualified investors within the meaning of Article 2(1)(e) of the Prospectus Regulation and Section 1:1 of the Dutch Financial Supervision Act. The expression “Prospectus Regulation” means Regulation No. 1129/2017.

In the United Kingdom, the material is made accessible on the basis that any offers of securities referred to herein will be made pursuant to an exemption under the UK Prospectus Regulation from the requirement to publish a prospectus for offers of such securities. The New Bonds have, with respect to persons in the United Kingdom, only been offered to persons who are qualified investors within the meaning of Article 2(1)(e) of the UK Prospectus Regulation. The expression “UK Prospectus Regulation” means Regulation (EU) 2017/1129 as it forms part of retained EU law as defined in the EU (Withdrawal) Act 2018.

The release, publication or distribution of the material may be restricted by law and persons in such jurisdictions in which a release, publication or distribution of the material should therefore inform themselves about, and observe, any such restrictions. This press release may include projections and other “forward-looking” statements within the meaning of applicable securities laws. Any such projections or statements reflect the current views of the Company about future events and financial performance. No assurances can be given that such events or performance will occur as projected and actual results may differ materially from these projections.

GlobeNewswire Distribution ID 1000896970

King Faisal Specialist Hospital and Research Centre เฉลิมฉลองความสำเร็จในการรักษาผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวลิมโฟไซติก 100 รายโดยใช้ CAR T-Cells

ริยาด ซาอุดีอาระเบีย, Oct. 31, 2023 (GLOBE NEWSWIRE) — ในก้าวใหม่ที่ทำให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งได้รับความหวังอันริบหรี่และเส้นชีวิต King Faisal Specialist Hospital and Research Centre (KFSH&RC) ได้เฉลิมฉลองความสำเร็จในการรักษาผู้ป่วยรายที่ 100 ที่เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดต่อมน้ำเหลืองโดยใช้การบำบัดด้วย Chimeric Antigen Receptor T-cell (CAR T-cell) การรักษานี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ KFSH&RC ที่ต้องการเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการดูแลสุขภาพเฉพาะทาง

การบำบัดด้วย CAR T-cell เป็นนวัตกรรมการรักษาที่ช่วยเพิ่มความสามารถของทีเซลล์ในการรับรู้และทำลายเซลล์มะเร็งหลังจากการดัดแปลงพันธุกรรมในห้องปฏิบัติการ เพื่อปรับปรุงความสามารถในการกำหนดเป้าหมาย วิธีการนี้เอาชนะความท้าทายในการแยกแยะระหว่างเซลล์มะเร็งและเซลล์ปกติ โดยเสนอวิธีการที่มีความหวังในการรักษามะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดต่อมน้ำเหลือง

KFSH&RC เน้นย้ำว่าเทคโนโลยีที่เป็นนวัตกรรมนี้ให้ความหวังแก่ผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวและเนื้องอกของต่อมน้ำเหลืองที่ดื้อยา โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ไม่สามารถรักษาด้วยวิธีดั้งเดิมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในฐานะที่ KFSH&RC เป็นพันธมิตรด้านการดูแลสุขภาพเชิงกลยุทธ์ องค์กรจึงกำลังแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับการบำบัดด้วย CAR T-cell ผลกระทบเชิงบวกต่อการปรับปรุงการดูแลสุขภาพ ตลอดจนโซลูชันและนวัตกรรมด้านการดูแลสุขภาพต่าง ๆ ในระหว่างงาน Global Health Exhibition ที่จัดขึ้นในกรุงริยาด ตั้งแต่วันที่ 29 ถึง 31 ตุลาคม

โรงพยาบาล KFSH&RC อธิบายว่าการบำบัดขั้นสูงนี้ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน คือ การแยกเลือดจากผู้ป่วยเพื่อให้ได้เซลล์เฉพาะ จากนั้นจึงดำเนินการดัดแปลงพันธุกรรมในห้องทดลองเป็นเวลา 3-4 สัปดาห์

ไม่นานก่อนการบำบัดด้วย CAR T-cell ผู้ป่วยจะได้รับเคมีบำบัดในปริมาณต่ำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถของร่างกายในการต่อสู้กับมะเร็ง หลังจากนั้นจะทำการ CAR T-cell เข้าไปในแขนของผู้ป่วย ซึ่งจะได้รับการติดตามอย่างใกล้ชิดเป็นเวลาสี่สัปดาห์เพื่อให้แน่ใจว่าร่างกายจะปรับตัวได้

การใช้การรักษาขั้นสูงนี้ในราชอาณาจักรถือเป็นการเสริมคุณภาพให้กับการรักษาพยาบาลเฉพาะทาง โดยช่วยลดภาระทางการเงิน ทางสังคม และทางสุขภาพในการส่งผู้ป่วยดังกล่าวไปต่างประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ Saudi Vision 2030 ของซาอุดีอาระเบียและวัตถุประสงค์ด้านการดูแลสุขภาพของประเทศ

King Faisal Specialist Hospital and Research Centre ได้รับการยอมรับทั่วโลกสำหรับการนำเสนอรูปแบบการรักษาขั้นสูงนี้ เนื่องจากโปรแกรมการรักษาที่ครอบคลุมซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ การพยาบาล เภสัชกรรม ห้องปฏิบัติการ และทางสังคม ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดยโครงสร้างพื้นฐานแบบครบวงจร

KFSH&RC เป็นผู้นำระดับโลกในด้านการดูแลสุขภาพเฉพาะทาง นวัตกรรม การวิจัยขั้นสูง และการศึกษาทางการแพทย์ องค์มีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์และยกระดับมาตรฐานการดูแลสุขภาพทั่วโลกผ่านการร่วมมือกับสถาบันชั้นนำทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับภูมิภาค และระดับนานาชาติในสาขาทางคลินิก การวิจัย และการศึกษา



GlobeNewswire Distribution ID 8969530

King Faisal Specialist Hospital and Research Centre มุ่งหวังที่จะบรรลุความพึ่งตนเองได้ในด้านเภสัชรังสีในราชอาณาจักร

ริยาด ซาอุดีอาระเบีย, Oct. 31, 2023 (GLOBE NEWSWIRE) — ในช่วงสี่ทศวรรษที่ผ่านมา แผนกไซโคลตรอนและเภสัชรังสีที่ King Faisal Specialist Hospital and Research Centre (KFSH&RC) ได้ตอบสนองความต้องการของศูนย์การแพทย์ในท้องถิ่นและระดับภูมิภาคสำหรับด้านเภสัชรังสีที่ใช้ในการวินิจฉัยและรักษาโรคเฉพาะทางต่าง ๆ

นับตั้งแต่ก่อตั้ง แผนกนี้ได้ผลิตเภสัชภัณฑ์รังสีมากกว่า 25 ประเภท โดยมีกำลังการผลิตในด้านการเตรียมการด้านเภสัชภัณฑ์รังสีมากกว่า 600,000 รายการ แผนกนี้ยังคงจัดหาผลิตภัณฑ์ให้กับศูนย์การแพทย์เฉพาะทางในซาอุดิอาระเบียมากกว่า 50 แห่ง โดยมีเป้าหมายเพื่อให้บรรลุถึงความพึ่งตนเองได้ในด้านเภสัชรังสีในราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียด้วย

KFSH&RC ได้ตอกย้ำถึงบทบาทบุกเบิกของแผนกเวชศาสตร์นิวเคลียร์ในระหว่างนิทรรศการ Global Health Exhibition ซึ่งได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อวานนี้ในเมืองหลวงริยาด โดยโรงพยาบาลแห่งนี้ได้เข้าร่วมในฐานะพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ด้านสุขภาพ ซึ่งรวมถึงการเพิ่มขีดความสามารถของผู้ให้บริการด้านสุขภาพทั้งในด้านการวิจัยและการศึกษา ตลอดจนการทำให้มั่นใจในคุณภาพในการผลิตและจำหน่ายเภสัชภัณฑ์รังสีไปยังโรงพยาบาลทั่วราชอาณาจักรและต่างประเทศ

แผนกไซโคลตรอนและเภสัชรังสีมีความมุ่งมั่นที่จะเป็นศูนย์วินิจฉัยและถ่ายภาพโมเลกุล และเป็นสถานที่แห่งแรกสำหรับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า Technetium-99m (Tc-99m) ในราชอาณาจักร แผนกนี้ได้ดำเนินการวิจัยเพื่อพัฒนาเภสัชภัณฑ์รังสีคุณภาพสูงสำหรับ KFSH&RC และโรงพยาบาลอื่น ๆ ทั่วราชอาณาจักร เพื่อตอบสนองความต้องการด้านการรักษาพยาบาลของผู้ป่วย แผนกดังกล่าวได้ปฏิบัติตามมาตรฐานคุณภาพระดับสูงสำหรับการควบคุมคุณภาพและการประกันคุณภาพแบบอัตโนมัติ ในขณะเดียวกันก็มุ่งมั่นที่จะพัฒนาเทคโนโลยีไซโคลตรอน การผลิตเภสัชภัณฑ์รังสีที่แม่นยำ และการพัฒนาเภสัชภัณฑ์รังสีที่ใช้ในการตรวจเอกซเรย์ด้วยโพสิตรอน/เอกซเรย์ด้วยคอมพิวเตอร์ (PET/CT)

แผนกนี้เน้นย้ำด้านคุณภาพอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีหน่วยควบคุมและจัดการคุณภาพผลิตภัณฑ์แบบบูรณาการ วัสดุการผลิตที่เป็นไปตามหลักปฏิบัติที่ดีในการผลิต (Good Manufacturing Practices หรือ GMP) มาตรฐานขององค์การอาหารและยาแห่งซาอุดิอาระเบีย (Saudi Food and Drug Authority หรือ SFDA) และมาตรฐานระบบการจัดการคุณภาพสากล ISO 9001 กระบวนการดำเนินงานทั้งหมดอยู่ภายใต้การเฝ้าสังเกตอย่างเข้มงวดเพื่อการประเมินวัสดุเป็นระยะ เพื่อให้มั่นใจว่ากระบวนการดังกล่าวมีความเหมาะสมอยู่ตลอดเวลา แนวทางนี้นำไปสู่อัตราความพึงพอใจของลูกค้าที่โดดเด่นมากเกินกว่า 95%

KFSH&RC ได้รับการยอมรับทั่วโลกในด้านการให้บริการดูแลสุขภาพเฉพาะทาง และเป็นผู้นำในด้านนวัตกรรม การวิจัยทางการแพทย์ขั้นสูง และการศึกษาทางการแพทย์ สถาบันมุ่งมั่นที่จะพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์และยกระดับมาตรฐานการดูแลสุขภาพทั่วโลก โดยร่วมมือกับองค์กรชั้นนำระดับท้องถิ่น ระดับภูมิภาค และระดับนานาชาติเพื่อให้บริการระดับโลกในด้านคลินิก การวิจัย และการศึกษา



GlobeNewswire Distribution ID 8969468

PM Hasina and GCA CEO meet ahead of COP28; commit to drive $1bn in climate finance in support of Mujib Climate Prosperity Plan

Dhaka, Bangladesh, Oct. 31, 2023 (GLOBE NEWSWIRE) — The Global Center on Adaptation CEO, Professor Patrick Verkooijen, concluded a high-level mission to Bangladesh with the following statement:

“I wish to thank Her Excellency Prime Minister Sheikh Hasina for her gracious hospitality and constructive discussions on the deep and longstanding partnership between GCA and the Government of Bangladesh to drive adaptation action. I come out of these discussions hugely impressed and inspired by the continued bold leadership of Bangladesh in reducing the threat of climate change for people in the most vulnerable communities.”

“With accelerating climate impacts, more investment for adaptation is vital. GCA is committed to leveraging its resources to work with the Government and its partners to design, finance, and implement adaptation solutions to sustain this path to prosperity. I want to especially highlight the strong commitment of the UK and Canada in making the upstream investments that enable GCA to drive forward the adaptation agenda rapidly and at scale.”

Bangladesh is on the frontline of a climate emergency that risks costing the country 7% of its GDP by 2030. The Government of Bangladesh spends an estimated US$1.2bn each year to finance adaptation needs. However, the financing needs identified in the government’s Mujib Climate Prosperity Plan (MCPP)  to address the threat of climate change exceed US$8.5bn each year.

In a meeting with Dr. AK Abdul Momen, Hon’ble Minister of Foreign Affairs, and member of the GCA Board, Professor Verkooijen outlined how GCA is supporting the government in unlocking adaptation finance by mainstreaming adaptation solutions into large scale investments to deliver a step-change in adaptation action. With support from the UK and Canada, GCA is working with partners including the Asian Development Bank, World Bank, IMF, and other International Financial Institutions (IFI) to design adaptation solutions, including nature-based solutions, into $1 billion of investments for coastal and urban communities in the most climate vulnerable regions with the goal of rapidly scaling this up further.

Minister Momen welcomed GCA’s support and emphasized the need to catalyze investment and to enable direct access to climate finance, noting: “Bangladesh grapples with increasing climate risks despite considerable investment of its own resources. Without greater funding climate change will undermine Bangladesh’s strong development trajectory and the poorest will be hardest hit. The Government of Bangladesh will continue to partner with GCA to achieve scale and speed for those living on the frontlines of the climate emergency in South Asia.”

Through the Global Hub on Locally Led Adaptation, supported under the UK Bangladesh Climate and Environment Programme, GCA is also facilitating the development of ‘People’s Adaptation Plans’ by using state of the art climate analytics to help local communities living in urban settlements understand projected climate risks and to design locally led adaptation investment solutions that can be financed and implemented by IFIs.

Speaking in the bilateral discussion, British Deputy High Commissioner Matt Cannell said: “Through our partnership with GCA, the UK Bangladesh Climate and Environment Programme is helping build resilience, protect biodiversity, and empower women and girls to ensure the most vulnerable communities are protected from climate change and can prosper in Bangladesh. This effort is a cornerstone of our efforts to support Bangladesh in making rapid progress towards harnessing climate-resilient solutions and to help implement the UK Bangladesh climate accord.”

During the visit, Professor Verkooijen also signed a memorandum of understanding (MOU) with the Infrastructure Development Company Limited (IDCOL) to provide technical assistance and capacity building support to mobilize significant climate adaptation financing for Bangladesh from the Green Climate Fund over the coming years. IDCOL is the first nationally accredited direct access entity of the Green Climate Fund (GCF) in Bangladesh.

GCA’s engagement through its regional office in Dhaka will soon be anchored by a new nature-based South Asia office to showcase climate adaptation within infrastructure, which was endorsed by Prime Minister Sheikh Hasina during the official visit.


Alexandra Gee
Global Center on Adaptation

GlobeNewswire Distribution ID 8969445

LambdaTest Unveils Intelligent UI Inspector to Streamline Mobile App Inspection

LambdaTest introduces an Intelligent UI Inspector in real device testing for streamlined interaction, and precise Xpath creation, with native and hybrid application support, transforming the landscape of quality assurance

San Francisco, Oct. 31, 2023 (GLOBE NEWSWIRE) — LambdaTest, a leading cloud-based unified testing platform has unveiled the Intelligent UI Inspector, a new tool tailored for Mobile Application developers and testers. The ‘Intelligent UI Inspector’ boasts several key features, emphasizing seamless interaction, reliability, and enhanced user experience.

The Intelligent UI Inspector presents an advanced interface for direct interaction and seamless inspection of various pages and elements within your application, avoiding the need to repetitively close and reopen the UI Inspector. This unified process not only simplifies usage but also expedites the inspection tasks, resulting in a more streamlined workflow.

Users now can create reliable, attribute-based, custom Xpaths for their automation scripts, enhancing the workflow and ensuring the precision of results. This streamlining of processes significantly reduces errors and elevates the accuracy of automation procedures, optimizing the operational workflow.

For hybrid applications, this tool enables the smooth inspection of web-view elements, offering a comprehensive view. In addition, it simplifies the process of relaunching for developer applications with multiple environments by providing a convenient one-click relaunch feature. The Intelligent UI Inspector ensures an enhanced user experience through an intuitive and user-centric interface, aligning with the requirement for a more user-friendly and straightforward experience for all its functionalities.

Mayank Bhola, Co-Founder and Head of Product at LambdaTest, said “The introduction of our Intelligent UI Inspector is a step toward further enhancing the testing experience for our Real Device users. By optimizing workflows and prioritizing precision, the objective is to empower businesses to elevate their product quality and streamline their testing processes with confidence. By swiftly identifying and resolving UI issues, ensuring a consistent, responsive, and visually appealing interface UI Inspector serves as a pivotal tool for businesses to deliver a flawless user experience to their customers.”

For more information on LambdaTest’s Real Device Cloud, visit

About LambdaTest
LambdaTest is an intelligent and omnichannel enterprise execution environment that helps businesses drastically reduce time to market through Just in Time Test Orchestration (JITTO),  ensuring quality releases and accelerated digital transformation. Over 10,000+ enterprise customers and 2+ million users across 130+ countries rely on LambdaTest for their testing needs.

● Browser & App Testing Cloud allows users to run both manual and automated tests of web and mobile apps across 3000+ different browsers, real devices, and operating system environments.

● HyperExecute helps customers run and orchestrate test grids in the cloud for any framework and programming language at blazing-fast speeds to cut down on quality test time, helping developers build software faster.

For more information, please visit,

LambdaTest press office:

GlobeNewswire Distribution ID 8969366

Calabria, €1.5 Billion for sustainable and digital transition from Confindustria and Intesa Sanpaolo

REGGIO CALABRIA, Italy, Oct. 31, 2023 (GLOBE NEWSWIRE) — It is essential to enhance the potential of Southern Italy, which represents the seventh European region in the manufacturing sector and hosts a quarter of the country’s supply chains. Confindustria and Intesa Sanpaolo share this need and provide concrete solutions for the new needs of Calabrian SMEs.”

With this premise, Stefano Barrese, Head of the Banca dei Territori Division at Intesa Sanpaolo, commented on the regional implementation of the renewed agreement between Confindustria and Intesa Sanpaolo in Reggio Calabria, during a meeting that highlighted the economic prospects of the region and the growth drivers. The national protocol strengthens the collaboration between the association representing manufacturing and service companies and Italy’s leading banking group, in a changing context that emphasises sustainability, energy transition, and the digitalisation of SMEs. The agreement allocates €1.5 billion to Calabrian businesses, within the €150 billion national ceiling.

“The renewed agreement with Confindustria,” Barrese stated, “aims to ensure unified support and the necessary financial backing to implement growth, innovation, and energy transition plans with a focus on sustainability. Our overall commitment is to provide medium to long-term disbursements of over €410 billion over the course of the NRRP (National Recovery and Resilience Plan), of which €120 billion is allocated to SMEs.”

The Calabria region needs to overcome, at least partially, its digital and innovation lag, where it ranks among the lowest in Italy. This was revealed in a recent survey conducted on Intesa Sanpaolo’s territorial network, involving over 120 operators active in Calabria. Key issues include investments in renewable sources, streamlining production processes, optimising energy supply contracts, strengthening supply chain relationships, digitalisation, and human capital. Human capital is a central issue: every year, Calabria loses young graduates who seek employment in other Italian regions or abroad.

Emanuele Orsini, Vice President for Credit, Finance, and Taxation at Confindustria, confirmed that “the economic outlook is slowing significantly. Investments are crucial to address and complete the ongoing sustainable and digital transition. The partnership between Intesa Sanpaolo and Confindustria is essential.” Intesa Sanpaolo and Confindustria have been collaborating since 2009. They have signed a series of agreements aimed at a broad industrial policy vision, with the goal of making finance and credit strategic components in service of the entrepreneurial world.

For more information:
Press Office LaPresse

A video accompanying this press release is available at the following link:

GlobeNewswire Distribution ID 8969379