Global News and Publishing Platform Gnomi Launches Paid Journalism Program

Gnomi App launches an unprecedented paid program providing journalists with an opportunity to share their opinion and build their global audience.

LOS ANGELES, CA / ACCESSWIRE / May 13, 2024 / Today the groundbreaking Gnomi global aggregated news app, dedicated to empowering global conversations by enabling transparent information sharing, launches its Paid Journalism Program. The bold new initiative invites established independent writers, journalists, and thought leaders to share and monetize original content on the platform.

Gnomi App Logo
Gnomi App Logo
Gnomi App Logo

This content will complement Gnomi’s core global news stream, which utilizes machine learning technology to translate news, sourced from 22 top GDP countries, into more than 11 languages in real time.

Starting today, Gnomi’s Paid Journalism Program is accepting applications from experienced writers, journalists and thought leaders, who have cultivated a digital community with their expertise and are seeking avenues to share original content from their unique point of view. Writers can contribute across a broad range of categories, such as Health, Politics, Entertainment, Sports, Business, Lifestyle, Science, and more while adhering to basic community guidelines. The Gnomi team will review each application carefully and inform the applicant of their status within 2-5 business days. Once accepted, the writer can negotiate a fair rate per article.

"The media industry is facing an unprecedented crisis, with sweeping layoffs leaving talented journalists in a state of uncertainty, but Gnomi believes that great writing and the voices of talented writers should not be held back by the limitations of traditional publishing," says Eva Cicinyte, CEO and founder of Gnomi App. "We believe in the power of independent journalism and have built a cutting-edge platform that empowers writers to take control of their content, connect directly with their audience, and earn money at the same time. We’re putting power back in the hands of the journalist. What better way to showcase the value of our platform? We hope to grow our Gnomi community by growing the individual audiences of a vibrant network of writers, who are passionate about storytelling."

Highlights of Gnomi’s Paid Journalism Program:

  • Write about topics that matter to you.
  • Get paid per article.
  • Amplify global reach to build your audience, your portfolio, and your brand.
  • Personalize and enhance content with imagery, videos, an array of font styles and other tools that help to create a compelling story.

Link to Gnomi’s Paid Journalism application: https://www.gnomi.com/journalismprogram

About Gnomi: Gnomi App is a global platform that serves as both a global news streaming service (with sources in 22 top GDP countries, translated into more than 11 languages in real time) and a publishing platform, creating an innovative space for informed discussions with a wealth of diverse perspectives. The platform formally launched on May 3, 2024.

Contact:
Tracy Paul & Company Inc
Tracy Paul
Tracy@TracyPaul.com
917-693-9139

Contact Information

Tracy Paul
Tracy Paul & Company, Inc.
tracy@tracypaul.com
917-693-9139

Related Images

Gnomi App Logo
Gnomi App Logo
Gnomi App Logo
Gnomi App Product
Gnomi App Product
Gnomi App Product

SOURCE: Gnomi App Corp.

.

View the original press release on newswire.com.

KFSH&RC มุ่งมั่นที่จะเป็นผู้บุกเบิกในการเพิ่มมูลค่าการใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลให้สูงสุด

Dr. Al Fayyadh แห่ง Harvard: เราใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเพื่อรับมือกับความท้าทายด้านสุขภาพระดับโลก

ริยาด ซาอุดีอาระเบีย, May 12, 2024 (GLOBE NEWSWIRE) — Dr. Majid Al Fayyadh ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ King Faisal Specialist Hospital and Research Center (KFSH&RC) ได้เข้าร่วม Gulf Creatives Conference (GCC) ที่ Harvard ในปี 2567 งาน GCC ที่ Harvard จัดโดย The Diwan ซึ่งเป็นองค์กรที่ดำเนินการโดยนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาจากมหาวิทยาลัย Harvard ในคำปราศรัย Dr. Al Fayyadh ได้นำเสนอการเดินทางของ KFSH&RC นับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นในกรุงริยาดเมื่อเกือบห้าทศวรรษที่แล้ว โดยเน้นย้ำว่า KFSH&RC สามารถลดความจำเป็นในการเดินทางไปต่างประเทศเพื่อรับการรักษาพยาบาลลงอย่างมากได้อย่างไร KFSH&RC ได้พัฒนาสู่การเป็นผู้ให้บริการชั้นนำด้านบริการดูแลสุขภาพระดับอุดมศึกษา และปัจจุบันได้มอบการรักษาที่ล้ำสมัยสำหรับโรคหัวใจ เนื้องอก การปลูกถ่ายอวัยวะ และความผิดปกติทางพันธุกรรม

Dr. Al Fayyadh กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงของ KFSH&RC ไปสู่มูลนิธิอิสระที่ไม่แสวงหาผลกำไร โดยระบุว่า ความเคลื่อนไหวนี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ขององค์กรในการเป็นผู้นำนวัตกรรมด้านการดูแลสุขภาพระดับโลก โดยเน้นความเป็นเลิศ นวัตกรรม และการลงทุนในเทคโนโลยีล้ำสมัยเพื่อรับมือกับความท้าทายด้านสุขภาพระดับโลก

“การเป็นผู้นำของซาอุดีอาระเบียได้กำหนดวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนให้กับ KFSH&RC ซึ่งได้รับคำสั่งจากพระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนโรงพยาบาลให้เป็นมูลนิธิอิสระ Sui Generis ที่ไม่แสวงหาผลกำไร” ฯพณฯ Dr. Al Fayyadh กล่าว

ท่านยังเน้นย้ำอีกว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มุ่งไปยังการยกระดับมาตรฐานการดูแลสุขภาพระดับโลก ด้วยความเป็นอิสระและความยืดหยุ่นที่เพิ่มขึ้น การเปลี่ยนแปลงนี้จะช่วยให้ KSFH&RC สามารถเพิ่มประสิทธิภาพบริการที่มีอยู่ แสวงหาโอกาสใหม่ ๆ และนำทรัพยากรไปสู่ความคิดริเริ่มที่ส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของมนุษย์ทั้งภายในราชอาณาจักรและในระดับสากล ท้ายที่สุด ความเคลื่อนไหวนี้ได้ตอกย้ำความทุ่มเทของ KFSH&RC สู่ความเป็นเลิศที่ยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง

Dr. Al Fayyadh ชี้ให้เห็นว่า KFSH&RC ได้แลเห็นว่าตัวเองเป็นผู้นำในการเพิ่มมูลค่าการใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลให้สูงสุด โดยยึดมั่นในแนวทางปฏิบัติที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ เพื่อรับรองผลลัพธ์ที่ดีที่สุดของผู้ป่วย องค์กรมุ่งมั่นที่จะคงความเป็นผู้นำนวัตกรรมด้านการดูแลสุขภาพระดับโลก ด้วยโครงการริเริ่มที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความเท่าเทียมด้านสุขภาพและสามารถเข้าถึงได้ทั่วโลก เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ KFSH&RC จะยังคงลงทุนในสิ่งอำนวยความสะดวกทางการแพทย์ที่ล้ำสมัย อุปกรณ์วินิจฉัยขั้นสูง และเทคโนโลยีการรักษาที่ล้ำสมัยต่อไป สถาบันมีเป้าหมายที่จะบรรลุความสามารถในการแข่งขันระดับโลกจากความก้าวหน้าที่มีอยู่ในด้านต่าง ๆ เช่น การบำบัดด้วยทีเซลล์ CAR, การผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ การปลูกถ่ายอวัยวะ และการแพทย์เฉพาะบุคคล รวมถึงจะมีการสนับสนุนเป้าหมายนี้เพิ่มเติมโดยการส่งเสริมพนักงานที่ยอดเยี่ยม การก้าวไปสู่ความก้าวหน้าในระดับรางวัลโนเบล และการเสริมสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่างประเทศ

Dr. Al Fayyadh เข้าร่วมการอภิปรายโดยเน้นไปที่ภูมิทัศน์ที่กำลังพัฒนาของภาคส่วนการดูแลสุขภาพ และผลลัพธ์เชิงบวกจากการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องของ KFSH&RC ในการดูแลผู้ป่วย นอกจากนี้ ท่านยังกล่าวถึงความท้าทายในปัจจุบันและการพัฒนาในอนาคตที่คาดการณ์ไว้ในภาคส่วนการดูแลสุขภาพ โดยเน้นย้ำถึงผลกระทบอย่างลึกซึ้งของนวัตกรรมของโรงพยาบาลที่มีต่อความก้าวหน้าด้านการดูแลสุขภาพทั่วโลก นอกจากนี้ Dr. Al Fayyadh ยังเน้นย้ำถึงบทบาทที่มีประสิทธิผลของโครงการริเริ่มการเปลี่ยนแปลงของโรงพยาบาล เพื่อให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของ Health Sector Transformation Program และ Saudi Vision 2030

KFSH&RC ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในสถาบันชั้นนำระดับโลกที่ให้การดูแลสุขภาพเฉพาะทาง ขับเคลื่อนนวัตกรรม และทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการวิจัยและการศึกษาทางการแพทย์ขั้นสูง สถาบันมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์และยกระดับมาตรฐานการดูแลสุขภาพทั่วโลก โดยสร้างความร่วมมือกับสถาบันชั้นนำในท้องถิ่น ภูมิภาค และนานาชาติ เพื่อให้บริการระดับโลกในด้านคลินิก การวิจัย และการศึกษา

KFSH&RC ยังคงสถานะเป็นสถาบันชั้นนำในราชอาณาจักร และอยู่ในอันดับที่ 20 ของโลกในกลุ่มศูนย์การแพทย์เชิงวิชาการชั้นนำ 250 แห่งทั่วโลกเป็นปีที่สองติดต่อกัน นอกจากนี้ จากข้อมูลของ Brand Finance องค์กรยังได้รับการยอมรับว่าเป็นแบรนด์การดูแลสุขภาพที่มีมูลค่ามากที่สุดในราชอาณาจักรและตะวันออกกลางในปี 2567 และนิตยสาร Newsweek ได้จัดอันดับให้องค์กรเป็นหนึ่งในโรงพยาบาลชั้นนำ 250 แห่งของโลก

เกี่ยวกับ King Faisal Specialist Hospital and Research Centre:

King Faisal Specialist Hospital & Research Centre เป็นหนึ่งในผู้นำระดับโลกด้านการให้บริการดูแลสุขภาพเฉพาะทาง การขับเคลื่อนนวัตกรรม และการดำเนินการในฐานะศูนย์กลางการวิจัยและการศึกษาทางการแพทย์ขั้นสูง โรงพยาบาลมุ่งมั่นที่จะพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์ให้ก้าวหน้าและยกระดับมาตรฐานการดูแลสุขภาพทั่วโลกผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับสถาบันที่มีชื่อเสียงในระดับท้องถิ่น ภูมิภาค และนานาชาติ

โรงพยาบาลรักษาตำแหน่งแบรนด์ชั้นนำในภาคการดูแลสุขภาพทั่วราชอาณาจักรและตะวันออกกลาง โดยนับเป็นปีที่สองติดต่อกันในฐานะแบรนด์การดูแลสุขภาพที่มีมูลค่าสูงสุด องค์กรอยู่ในอันดับที่ 9 ในราชอาณาจักรและอันดับที่ 28 ในตะวันออกกลาง โรงพยาบาลแห่งนี้สร้างความโดดเด่นในฐานะโรงพยาบาลเพียงแห่งเดียวทั่วโลกที่สามารถก้าวขึ้นสู่แบรนด์ 10 อันดับแรกในประเทศของตน ดังที่ได้เน้นย้ำไว้ในรายงานสองฉบับโดย “Brand Finance” เกี่ยวกับแบรนด์ 50 แบรนด์แรกที่มีมูลค่ามากที่สุดในซาอุดีอาระเบีย และแบรนด์ 150 แบรนด์แรกที่มีมูลค่ามากที่สุดในตะวันออกกลางในปี 2567

เนื่องจากโครงการการเปลี่ยนแปลงและแผน Vision 2030 ของราชอาณาจักรโดยฝ่าบาทผู้ทรงเป็นมกุฎราชกุมารและนายกรัฐมนตรี – ขอพระเจ้าคุ้มครองปกป้องรักษาพระองค์ – เพื่อยกระดับความเป็นผู้นำของราชอาณาจักรในภาคส่วนการดูแลสุขภาพระดับโลก จึงทำให้ KFSH&RC กลายเป็นศูนย์การแพทย์เชิงวิชาการชั้นนำในตะวันออกกลางและแอฟริกา โดยองค์กรยังคงรักษาอันดับที่ 20 ของโลกเป็นปีที่สองติดต่อกันในปี 2567 จากข้อมูลของ “Brand Finance” นอกจากนี้ องค์กรยังได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในโรงพยาบาลชั้นนำ 250 แห่งทั่วโลกในปี 2567 โดยนิตยสารอเมริกัน “Newsweek”

หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ:

คุณ Essam AlZahrani รักษาการหัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ 0555254429

คุณ Abdullah Alown เจ้าหน้าที่ประสานงานสื่อ 0556294232

สามารถดูรูปภาพที่ใช้ประกอบประกาศนี้ได้ที่:
https://www.globenewswire.com/NewsRoom/AttachmentNg/d9d0ed27-fa87-49ac-b72b-ccf5b5843637
https://www.globenewswire.com/NewsRoom/AttachmentNg/682fadee-20a5-4328-bf00-e036bc3350fd

GlobeNewswire Distribution ID 9115946

Winter – spring rice brings bumper harvest to Quang Binh farmers


Farmers in the south and central regions have begun harvesting their winter-spring rice crop, earning large profits because of high yields and prices. On the 30,000 hectares planted in the central province of Quang Binh, the average yield reaches 75 quintals per hectare, a year-on-year increase of 20 quintals per ha. Rice are sold at a high price of 8 – 9 millionVND (314 – 354USD) per ton, giving large profits to local farmers. Harvest works have been completed in Bo Trach district, Ba Don town and Quang Trach district, while locals in other districts like Le Thuy, Tuyen Hoa are still harvesting the winter – spring crop. Rice harvested later is expected to have even higher yields.

Source: Vietnam News Agency

Baguio addresses workers’ mental health issues to improve productivity

BAGUIO CITY: With at least two local government employees seeking interventions monthly on their mental health issues since 2023, this city is implementing programs to help its personnel.

‘We are happy that they seek help because it takes courage for a person with a mental health condition to even seek help,’ Dr. Ricky Ducas, head of the Mental Health and Wellness Unit of the City Health Services Office (CHSO), said in an interview on Monday.

Ducas said local authorities are glad employees are coming forward but noted that it means that there is a huge need to address the mental health of employees.

‘More employees are being diagnosed with different mental health conditions, which, when unattended, will affect the person’s productivity, making it important to look into those matters like any ordinary illness,’ he said.

Ducas said the common issues, even of non-city government employees, are depression, bipolar disorder, schizophrenia, and anxiety with substance abuse.

He said the implementing rules of th
e programs under Executive Order (EO) 136-2023 is ‘almost ready.’

The EO was issued following the approval of Ordinance 29-2021, which provides for a mental health care and developmental wellness program for the city government.

A total of 399 sought the help of the CHSO mental health unit in 2023.

They were assisted in terms of maintenance medicines, referred for psychiatric evaluation, rescued from the possibility of harming themselves, and were provided with talk therapy.

A total of 201 are still being actively assisted by the unit, Ducas said.

He said the city government also partnered with a private firm that assessed about 600 local government employees who indicated willingness to join the mental health wellness program.

Source: Philippines News Agency

Northern Samar wind project up for completion in mid-2025

TACLOBAN CITY: A 206-megawatt wind power project is on track and will be completed within the second quarter of 2025, the provincial government said on Monday.

Citing observations from the recent inspection, Northern Samar Provincial Economic Development and Investment Promotions Office (PEDIPO) chief Jhon Allen Berbon said the project is on track for full-scale construction and will start within the second quarter of 2024.

The San Isidro Wind Power Project, a renewable energy project by Lihangin Wind Energy Corp (LWEC), features 33 wind turbine generators with a capacity to produce 206.25 megawatts of electricity, along with over 130 transmission towers.

‘We helped the firm fast-track the bureaucratic hurdles faced by the project for their construction phase,’ Berbon said in a phone interview.

The LWEC in San Isidro town is in partnership between Aboitiz Power Corp., Vena Energy, and Vivant Energy Corp. These firms have not yet disclosed their investment for the project, according to the provincial gover
nment.

The project will occupy about 176 hectares of land with wind turbines in the coastal villages of Salvacion, San Juan, Palanit, Mabuhay, Veriato and Caglanipao.

It is expected to contribute to the government’s goal of achieving a 35-percent renewables share in the energy mix by 2030.

‘The integration of wind power infrastructure with a thriving economic enterprise presents a compelling model for sustainable tourism development in Northern Samar,’ Berbon said.

The firm announced its planned investment in San Isidro, Northern Samar through a disclosure to the Philippine Stocks Exchange index on Sept. 27, 2023.

San Isidro, which is 235 kilometers north of Tacloban, is a 4th class town in Northern Samar with a population of 27,867 people.

Source: Philippines News Agency

DCPO collects P2.6-M fines from motorcycle violators in 7-day op

DAVAO CITY: The Davao City Police Office (DCPO) collected around PHP2.6 million in fines for various motorcycle violations during a series of operations from May 5 to 11.

DCPO chief, Col. Richard Bad-ang, said the bulk of the fines came from their relentless operations targeting “bora-bora” (modified muffler) motorcycles and other nuisance motorcycles.

“The DCPO intensified its operations intending to create safe roads for motorists and pedestrians in the city,” Bad-ang said in a report Monday.

DCPO’s operational units issued 28 citation tickets for bora-bora, resulting in fines of PHP13,500 and PHP25,000 for temporary operator’s permit (TOP) issuances, he said.

At least 405 operations related to Republic Act 4136, or the Land Transportation and Traffic Code, also resulted in the issuance of 305 TOPs and the collection of fines of PHP665,031.

The DCPO-Traffic Enforcement Unit (TEU) also carried out 622 operations targeting violations of the Local Traffic Code, issuing 2,597 citation tickets and collectin
g PHP1.29 million in fines.

Under the Speed Limit Ordinance, DCPO-TEU issued 526 citation tickets, resulting in fines of PHP526,000.

Moreover, Bad-ang said the “No Helmet, No Travel Policy” operation resulted in the issuance of 122 citation tickets worth PHP61,000.

The “No Plate, No Travel” operation also led to 78 apprehensions and PHP39,000 in fines.

Source: Philippines News Agency